<<<  หน้า ๑๑ >>>

ข่าวทิดแก้ว
(TID KAEW REPORT)







๑๗. Geo 20 ร่วมงานภูมิศาสตร์ 45 ปี

๑๒ ธันวาคม ๒๕๕๒

10-13 ธค. 52 จีออ 20 ขึ้นเหนือ เยี่ยมมิตรสหาย
กราบอาจารย์ ร่วมงาน 45 ปี จีออ-มอชอ


ต่างชาติกระหึ่ม! สปิริตจีออ20
ร่วมงาน 45 ปีภูมิฯ เชียงใหม่
ผู้นำสูงสุดปลื้มชม'หาได้ยาก'
เมียนมาร์ร่ำไห้เปลี่ยนแผนช็อป


(ภาพข่าวสื่อใหญ่ต่างชาติแสดงความชื่นชมชาวจีออ)

***************************


คุณดารารัตน์ (เจี๊ยบ 20) รายงาน

[8 มกราคม 2553]




โดย เจี๊ยบ'20 [8 ม.ค. 2553 ]

  1

>>> 10 ธค. 52 : วันแรกของการเดินทาง<<<

บริเวณประตู 1 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน พวกเรามาพร้อมกันก่อนเวลานัดหมายเกือบครึ่งชั่วโมง คงเป็นเพราะความตื่นเต้นยินดีปรีดา ที่จะได้เดินทางขึ้นไปเจอะเจอเพื่อนฝูงที่ห่างหายกันไปนานนั่นเอง แค่เจอ อ๋อย กับ แคท ก็เป็นที่น่ายินดีมากๆ แล้ว เพราะไม่ได้เจอกันนานตั้งแต่เรียนจบมา... ก็แค่ 30 ปีเอง....
       ตู่-เพื่อนที่บอกว่า จะขึ้นเครื่องตามไป (แต่ก็ไม่ได้ไป) อุตส่าห์ตื่นแต่เช้า เพื่อมาส่งพวกเราขึ้นรถพร้อมทั้งฝากใจไปด้วย (อ้อย-รุ่ง บ่นว่าน่าจะฝากแบล็ก ไปแทนซัก 2-3 ขวด..ฮิฮิ)
-


       ใครที่เคยเข้าไปอ่านกำหนดการเดินทางของพวกเรา ลืมมันไปได้เลย เพราะเราเป็นนัก action plan ตัวยง plan ของเราไม่เคยนิ่งเลย เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาแบบนาทีต่อนาที อย่าได้เผลอเชียว
       จุดหมายแรกของการเดินทางคือ อยุธยา เราใช้เส้นทางวิภาวดี ขึ้นทางด่วน อึดใจเดียวก็จอดรับ อารีย์ และครอบครัวที่น่ารัก คุณสุ-ภรรยาที่แสนดีมีน้ำใจ และน้องบีม-ลูกสาวที่น่ารัก (วันท้ายๆ มีน่าสงสารปนด้วย...) พร้อมเสบียงเพียบ หลังจากทักทายกันพอสมควรแก่เวลา เราพร้อมมุ่งหน้าสู่จุดหมายต่อไป...นครสวรรค์...
       พอรถเริ่มเคลื่อนขบวน อ้อย-รุ่ง ก็แปลงร่างเป็นโฮสเตสสาว เสริฟข้าวเหนียวหมูทอดที่บรรจงทำมาอย่างสุดฝีมือ อร่อยหรือเปล่าไม่รู้ รู้แต่ว่าเหลือแต่กล่องภายในพริบตา หรือว่าจะทำมาน้อยไป..ฮิฮิ..


  2

      เราไปถึงนครสวรรค์ก่อนเวลานัดหมาย ระหว่างรอ โมทย์ และคุณหรั่ง-ภรรยาคนสวย เดินทางมาจากเพชรบูรณ์ พวกเราก็ได้เที่ยวชมเมืองนครสวรรค์กันอย่างจริงจัง พร้อมสาระความรู้ จากไกด์กิติมศักดิ์- ต่อ ซึ่งเคยรับราชการที่นครสวรรค์หลายปี แถมด้วยซาลาเปา เจ้าอร่อยเด็ดขึ้นชื่อของดีประจำจังหวัดถึง 4 กล่องโตๆ ให้รองท้องระหว่างแวะสักการะพระบรมสารีริกธาตุ
ณ พระจุฬามณีเจดีย์ ที่วัดคีรีวงศ์ ซึ่งชั้นบนสุดสามารถชมวิว ตัวเมืองนครสวรรค์ได้อย่างสวยงาม


      จากนั้นขบวนคาราวานเล็กๆ ของเราก็มุ่งหน้าสู่จุดหมายต่อไป ร้านก๋วยเตี๋ยวเจ้าอร่อย กำแพงเพชรโภชนา ซึ่งหนุ่มกำแพงเพชรอย่าง ธงชัย รับประกันความอร่อย และพวกเราก็ได้พิสูจน์แล้วว่าอร่อยจริงสมคำร่ำลือ (ไม่ได้ค่าโฆษณา นะคะ)


      อิ่มหนำสำราญกันถ้วนหน้า คณะของเราก็ออกเดินทางมุ่งหน้าสู่เมืองลำปาง ราว 3 โมงเย็นก็ถึงจุดนัดหมาย ทักทายเพื่อนเก่าที่ไม่ได้เจอกันนาน เสียงดังกรี๊ดกร๊าด เรียกความสนใจแก่ผู้พบเห็นได้พอสมควร หลังจากกอดรัดฟัดเหวี่ยง ถามสารทุกข์สุขดิบกันพอหายคิดถึง พร้อมส่งขนมเปี๊ยะโอทอปของดีเมืองลำปางมาให้ดูต่างหน้า 2 กล่องใหญ่ พวกเราก็ต้องออกเดินทางต่อเพราะจุดหมายปลายทางของค่ำคืนนี้ ยังอีกยาวไกล
      รถวิ่งยาวจากลำปางไปเชียงราย แวะปั้มเป็นระยะ ..เสียงเพื่อนคนหนึ่งรำพึงขึ้นมาว่า ทัวร์นี้น่าจะเรียกทัวร์ห้องน้ำนะ ไม่ได้แวะเที่ยวไหนเลย จอดทีไรก็ห้องน้ำทุกที....ฮิฮิ... ก็ปูนนี้กันแล้ว อั้นไว้นานๆไม่ดีต่อสุขภาพนะจ๊ะ...


  3

       ราว 5 โมงกว่าๆ ถึงแยกอำเภองาว แวะรับ เป็ด และลูกสาว-น้องณัฐ ที่มานั่งรอกันตั้งแต่บ่าย 2 โมง คุณพ่อนั่งรออย่างสบายใจเพราะตั้งวงชนแก้วกับเพื่อนที่ขับรถมาส่ง ส่วนคุณลูกนี่สิ นั่งหง่าวอยู่ตั้ง 3 ชั่วโมง นี่เบาะๆ แค่เริ่มต้นการเดินทางนะลูก หนทางยังอีกยาวไกล
จำไว้ลูกจีออต้องอดทนและทนอด...ฮิฮิ


      ในที่สุดพวกเราก็ได้ชื่นชมความงามยามค่ำคืนของอนุสาวรีย์พ่อขุนเม็งรายที่ตั้งตระหง่านสวยงามอยู่กลางเมืองเชียงราย แวะเข้าไปดูที่พักที่ศูนย์ต้นน้ำเชียงราย ให้เขาอุ่นใจว่าเรามาแน่ จากนั้นก็ตรงดิ่งไปยังร้านอาหารซึ่งมีเจ้าภาพ - พี่จุก มิตรที่เปี่ยมด้วยน้ำใจ รอรับอยู่ด้วยไมตรีจิตมิตรภาพอันอบอุ่น


      บรรยากาศแสนจะชื่นมื่น และอิ่มเอม ..ทั้งกายและใจ....


      หลังจากทนดูลูกๆ ฟุบหลับคาโต๊ะไปหลายตื่น คุณแม่และป้าๆ บางส่วนก็ชวนกันกลับที่พักไปพักผ่อน
      ส่วนพวกที่เห็นว่า ราตรีนี้ยังเยาว์ ก็เคลื่อนย้ายพลพรรคไปบรรเลงคาราโอเกะยังร้านใหม่ ขออภัยที่ต้องเซ็นเซอร์ใบหน้าของทั้ง 3 หนุ่ม เพื่อความปลอดภัยจากผบ.ทบ. ซึ่งดูจากรูปร่างและเครื่องแต่งกายแล้ว คงเดาไม่ได้ว่า เขาทั้ง 3 คือใคร

                  และแล้ว....หนุ่มๆ เพื่อนเราก็มีสภาพอย่างที่เห็นในรูป.......หุหุ

      ตี 2 กว่าๆ พวกผู้หญิงที่เหลือก็พาเพื่อนที่หมดสภาพกลับที่พัก ทิ้งพวกที่ยังดื่มด่ำกับเสียงเพลงและมิตรภาพไว้ที่ร้าน.......
      ส่งเพื่อนผู้ชายที่บ้านพัก ห่างกันประมาณ 50 เมตร ผ่านบ้านหลังที่แป๋วจองไว้ เห็นไฟเปิดแสดงว่าครอบครัวแป๋วมาถึงกันแล้ว พรุ่งนี้ค่อยทักกันนะวันนี้ดึกแล้ว
      เข้าบ้านพักอาบน้ำอุ่นแสนสบาย อากาศเย็นกำลังดีไม่ถึงกับหนาว แทรกตัวลงนอนใต้ผ้านวมผืนหนานุ่ม ได้ยินเสียงธารน้ำไหลอยู่ใกล้ๆ (ขนาดเราหูตึงนะ ยังได้ยินเลยเพราะที่พักเงียบสงบมาก) ก่อนหลับนึกถึงเพื่อนที่หมดสภาพบอกไว้ตอนทานอาหารว่า พรุงนี้ 7 โมงเช้านะ เราจะพาไปใส่บาตร...........



  4

>>> 11 ธค. 52 : คืนวันอันแสนสุข<<<
      6 โมงเช้าฟ้าเริ่มสว่างแล้ว มองไปนอกหน้าต่างหัวเตียง ต้นไม้ใหญ่เขียวครึ้มไปหมด อากาศสดชื่นมาก รีบอาบน้ำแต่งตัวลงมาข้างล่าง เพื่อนหลายคนเดินสำรวจบริเวณรอบบ้านพัก เพื่อนที่ดูเหมือนหมดสภาพไปแล้วเมื่อคืนนี้ ยืนสดชื่นรออยู่แล้ว...เออ! นายแน่มาก... ส่วนคนอื่นๆ ทยอยกันตื่น ทำธุระส่วนตัวและเก็บของเตรียมพร้อมสำหรับการเดินทางช่วงต่อไป แป๋วและครอบครัวมาทักทายถ่ายรูปกันเป็นที่สนุกสนาน ก่อนแยกย้ายกันไปเที่ยว นัดเจอกันอีกทีคืนนี้ที่เชียงใหม่


      8 โมงกว่าๆ ทานอาหารเช้าแบบสบายๆ ที่ร้านหน้าวัดร่องขุ่น และเข้าชมศิลปะความงดงามวิจิตรตระการตา ฝีมือศิลปินขั้นเทพ อาจารย์ เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์



      จากสวรรค์สีขาวที่วัดร่องขุ่น พวกเราก็เข้าเยี่ยมชมศิลปกรรมล้ำค่า ที่บ้านดำ นางแล ของศิลปินแห่งชาติ พ.ศ. 2544 สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) อาจารย์ ถวัลย์ ดัชนี และมีโอกาสได้พบตัวเป็นๆ ของท่านด้วยนะ ถึงจะห่างๆ ก็เถอะ ที่ปลื้มสุดๆ ก็คือ เราได้เข้าห้องน้ำบ้านศิลปินด้วย เป็นกระท่อมไม้สีดำดูขลังมาก พื้นปูพรม ประดับประดาด้วยเขาสัตว์ โอ้... มันยอดมาก...


      ระหว่างรอรวมพลขึ้นรถ เราเปลี่ยนแผนกันอีกแล้วครับท่าน...เดิมทีว่าจะไปต่างประเทศ เพื่อนๆ อุตส่าห์เตรียม passport มากันพร้อม แต่ด้วยเลือดรักชาติ ไม่อยากให้เงินทองรั่วไหลออกนอกประเทศ เลยเปลี่ยนไปเที่ยวดอยตุงกันดีกว่า
      เราไปเที่ยวสวนแม่ฟ้าหลวงแบบชะโงกทัวร์ เพราะคนเยอะมากหาที่จอดรถใกล้ๆ ไม่มี เลยต้องกลับรถไปไหว้พระธาตุดอยตุง ระหว่างทางมีเรื่องเสียวๆ ให้ได้ลุ้นด้วย ไม่เชื่อถามอารีย์ดูสิ....


      อาหารกลางวันตอนบ่าย 2 ที่แม่จัน หิวกันจนตาลาย ทั้งส้มตำ ข้าวเหนียว ไก่ย่าง ก๋วยเตี๋ยว หมูสะเต๊ะ เรียกว่าสั่งกันทุก อย่างที่มีในร้าน ค่อยมีแรงเดินทางต่อไปยังจุดหมายปลายทาง เชียงใหม่ถิ่นเก่าของพวกเรา



  5

      ค่ำคืนแสนสุขใจ ที่บ้านอ้าย ณ ดอยสะเก็ด พวกเรา ทั้งพวกนกขมิ้นที่เดินทางมาจากเชียงราย พวกที่อยู่เชียงใหม่ ลำปางและใกล้เคียง มาสมทบกันพร้อมเพรียงครบทีม ทั้งอ้ายและคุณแดง-ภรรยา เจ้าบ้านที่เหมือนญาติสนิท ทั้งผู้ใหญ่ก้อ อาจารย์จอก ป้อม แป๋วและครอบครัว ทั้งรุ่นพี่อย่าง พี่หนุ่ย-อินทร18 รุ่นน้อง น้องนุและน้องตั๋น รวมถึงโหน่งที่เดินทางมาถึงตอน 4 ทุ่ม มีเรื่องโจ๊กตอนไปรับโหน่งที่สนามบินด้วยนะ แต่ไม่เล่าหรอกอยากรู้ถาม จอก เจี๊ยบ โหน่ง เอาเอง....ฮิฮิ..


      บรรยากาศอบอวลไปด้วยความสุข มีแต่เสียงหัวเราะ รอยยิ้ม และมิตรภาพอันแสนจะอบอุ่น แต่งานเลี้ยงทุกงานย่อมต้องเลิกลาเมื่อถึงเวลาอันสมควร เพลงสุดท้ายของค่ำคืนนี้ถูกจองไว้ให้พี่แตน หวานใจของอ้อย ทำหน้าที่ไล่แขก เอ๊ย! ขับกล่อม ซึ่งพี่แตนก็ทำหน้าที่ได้อย่างดีเยี่ยม ลงทุนนั่งร้องกับพื้นเวทีพร้อมทำท่าประกอบเพลง ยึกๆ ยักๆ จั๊งซี้มันต้องถอน... โห!ทำไปได้ ยังติดตาอยู่เลย..ฮิฮิ...
      ก่อนเข้านอนมีการติวคณิตศาสตร์กันเล็กน้อย เพื่อนคนเดิมผู้มีจิตใจใฝ่ธรรมะและชอบทำความดีแบบปิดทองหลังพระ ชวนว่าพรุ่งนี้ร่วมกันทำบุญ ซื้อข้าวสารถวายวัดศรีโสดากันนะ...ดี..ดี..พวกเราตอบรับเป็นเสียงเดียวกัน แค่ตั้งใจก็ได้บุญแล้ว สาธุ....



  6

>>> 12 ธค. 52 : วัน D-Day <<<
      ไปบ้านป้อมแต่เช้า ส่งเป็ดและลูกณัฐให้ป้อมดูแลต่อเพราะทั้ง 2 คนต้องกลับน่านตอนบ่าย ส่วนพวกเราไปเล่นเก้าอี้ดนตรีกันที่ร้านโจ๊กต้นพะยอม พร้อมวางแผนการสำหรับวันนี้ โดยจะแบ่งอัตรากำลังเป็น 2 ส่วน พวกจีออจะไปร่วมงานที่ภาควิชา ส่วนผู้ติดตามให้ไปเที่ยวได้โดยมี พี่แตน เป็นหัวหน้าคณะทัวร์ มีรายการทัวร์ดังนี้ สักการะพระธาตุดอยสุเทพ ทักทายหลินปิง อุดหนุนเครื่องไม้บ้านถวาย กระจายรายได้บ่อสร้างสันกำแพง ทุกคนรับทราบพร้อมปฏิบัติ
      ที่ภาควิชา งานพิธีสงฆ์จัดแบบล้านนาในห้องเรียนมุมตึกซึ่งไม่กว้างนัก พวกเราเลยส่ง แป๋ว ซึ่งตัวเล็กสุดในรุ่นให้เป็นตัวแทนเข้าร่วมงานพิธี จะได้ไม่แย่งที่คนอื่นๆ พวกที่เหลือก็ไปเอาหน้า เอ๊ย! ไปมอบของที่ระลึกแด่ อาจารย์อุดม


      และไปเริงร่าถ่ายรูปกันที่บันไดภาค


      และที่หน้ามอ


      หลังจากโทรหาคณะผู้ติดตามว่าถึงไหนกันแล้ว พบว่ากำลังสักการะครูบาศรีวิชัยอยู่ที่ตีนดอย พวกเราก็เปลี่ยนแผนกันอีกแล้วครับท่าน รีบตามไปสมทบเพื่อสักการะครูบาศรีวิชัย และขึ้นพระธาตุดอยสุเทพด้วยกัน


      จากนั้นเราก็มุ่งหน้าเข้าซอยเพื่อไปอร่อยมื้อเที่ยงที่ร้านข้าวซอย ร้านดังมีรางวัลการันตีความอร่อยด้วย เจ้าภาพอย่างน้องตั๋น ซึ่งเป็นเจ้าถิ่นพาไปเองย่อมมั่นใจได้ในความอร่อย ขนาด โหน่ง ที่ไม่เคยกินข้าวซอยมาก่อนเลยในชีวิตยังเบิ้ลตั้ง 2 ชาม อร่อยจริงขอบอก...


      อิ่มหมีพีมันแล้วก็แวะไปเยี่ยมเยียน บ้านน้องนุ น้องตั๋น ที่แม่ริม น้องตั๋นพาเทพบุตร เทพธิดามาต้อนรับ ลุงๆ ป้าๆ ตามที่บอกไว้จริงๆ เสียใจด้วยนะ ตู่ ที่ไม่มา..ฮิฮิ... พี่เชย’19 มาร่วมวงเสวนาด้วยพักใหญ่ก็กลับไปเตรียมตัวเพื่อไปร่วมงานคืนนี้ และด้วยความมีน้ำใจ น่ารักเป็นกันเองของเจ้าบ้าน พวกเราก็เลยใช้เวลาอย่างแสนสุขขลุกอยู่ที่นี่จนถึงเวลาไปร่วมงานภาคกลางคืน



  7

      งาน 45 ปีภูมิศาสตร์ เชียงใหม่ จัดอย่างยิ่งใหญ่ที่เทศบาลตำบลสันทรายหลวง บรรยากาศอบอุ่นและเป็นกันเอง มีเวทีใหญ่อยู่ตรงกลาง รายล้อมด้วยซุ้มอาหาร เลือกที่นั่งกันได้ตามชอบใจ พวกเราเลือกโต๊ะด้านหน้าใกล้เวที ติดกับโต๊ะของพี่ๆ 15, 16, 17, 18 และ19


      ได้กราบคารวะอาจารย์หลายๆ ท่าน ด้วยความเคารพรักและคิดถึง....


      การแสดงบนเวที ที่สนุกสนาน และตระการตา รวมถึงการปล่อยโคมลอยที่น่าประทับใจ


      งานนี้พวกเราก็ได้ร่วมกันสมทบทุนเข้าชมรมศิษย์เก่าภูมิศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในนามของรุ่น 20 ด้วย หลังจากเวียนซองบริจาครอบโต๊ะกันอยู่หลายรอบ ได้ยอดเงินสมทบทุนสูงถึง 5,500 บาท ซึ่งเป็นตัวเลขที่พวกเราชอบมากเพราะออกเสียงฟังแล้วมีความสุขดี ฮ่า ฮ่า..ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเงินจำนวนน้อยนิดของพวกเราจะได้รับการบริหารจัดการให้เกิดประโยชน์ที่ยิ่งใหญ่แก่ทางชมรมฯ ต่อไป...

      จากนั้นก็เป็นการสังสรร ทักทายญาติสนิทมิตรสหาย กันอย่างสนุกสนานครื้นเครง


      แล้วค่ำคืนอันแสนสุขก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว หลังงานเลี้ยงพวกเราหลายคนเริ่มรู้ตัวว่าหิว เพราะในงานมัวแต่เม้าส์อย่างเมามันส์ เลยพากันไปต่อด้วยก๋วยเตี๋ยวหมูรอบดึกถึงดึกมากเจ้าอร่อย จิตร บอกว่าคนรับออเดอร์มีหน่วยความจำในสมองระดับอัฉริยะเลยทีเดียว พวกเราพิสูจน์มาแล้ว เออ! จริงด้วย ...



  8

>>> 13 ธค.52 : วันกลับบ้าน<<<
      ไปบ้าน ป้อม กันแต่เช้า ร่ำลากันอยู่นานพร้อมสัญญาใจว่าจะต้องเจอกันอีกแน่นอน จากนั้นก็ไปบ้าน น้องตั๋น น้องนุ มี พี่เปียก'17 ซึ่งเดินทางกลับกรุงเทพฯกับพวกเรามาร่วมจอยด้วย พร้อมทั้ง พี่จุก มิตรผู้มากด้วยน้ำใจจากเชียงราย ก็มาให้เราได้ร่ำลาพร้อมกันเลย บรรยากาศชื่นมื่นเหมือนเคย เพราะพวกเรารู้ดีว่าเป็นการอำลาเพื่อกลับมาพบกันใหม่ เมื่อโอกาสอำนวย......


      แวะ ชม ช็อป ชิม กันที่ร้านวนัสนันท์จนหนำใจแล้วก็เคลื่อนขบวนมุ่งหน้าสู่ลำปาง กระจายรายได้กันถ้วนหน้ากับเซรามิคอันเลื่องชื่อของลำปาง ร่ำลาญาติมิตรและร่วมทานอาหารเที่ยงกันที่ร้านอาหารริมเขื่อน ตามสัญญาใจที่เจ้าภาพสั่งไว้เมื่อตอนขามา


      จากนั้นก็มุ่งหน้ากลับกรุงเทพโดยเส้นทางเดิม คือทางหลวงหมายเลข 1 ผ่านตากไปกำแพงเพชรเพื่อส่งธงชัย ด้วยความที่รีบและผิวทางค่อนข้างเก่า ทำให้ลูกบีม ที่ทรหดอดทนมาตลอดทางเกิดอาการเมารถ และได้ความรู้ใหม่จากป้าๆ ว่าให้เอา กอเอี๊ยะ ที่ใช้บรรเทาอาการปวดเมื่อย ปิดที่สะดือ จะช่วยบรรเทาอาการเมารถได้ เลยเอามาเล่าไว้เป็นวิทยาทานให้ทดลองกันเอาเอง
      หลังส่งธงชัย ที่บ้านริมแม่น้ำ ซึ่งวิวดีจนเพื่อนๆ หมายตาว่าลอยกระทงคราวหน้าจะมาเยือน พวกเราคำนวณระยะทางและเวลาแล้ว ก็ปลอบใจ อ๋อย ว่าให้ทำใจ ตกรถกลับตราดเที่ยวสุดท้ายของคืนนี้แน่ ต้องค้างกรุงเทพอีก 1 คืน ซึ่งตอนขามา อ๋อย ก็มาจากตราดและค้างกรุงเทพ 1 คืนแล้ว นับถือในสปิริตจริงๆ
      การเดินทางเริ่มผ่อนคลาย เกือบ 2 ทุ่ม พวกเราทานอาหารเย็นส่งท้ายกันที่ร้านหมูกะทะที่นครสวรรค์ ส่งโมทย์และคุณหรั่ง กลับเพชรบูรณ์ ส่งอารีย์ที่บ้าน อยุธยา และส่งทุกคนที่บ้านพักในกรุงเทพ เพื่อนคนสุดท้ายถึงบ้านโดยสวัสดิภาพราวเที่ยงคืน ยังนึกถึงเสียงนัดแนะกันสำหรับทริปต่อไปได้ว่า... ไปฝึกว่ายน้ำกันไว้นะเธอ คราวหน้าเราจะไปตราดกัน.......


โดย เจี๊ยบ'20 - 8 ม.ค. 2553

  9

คณะ 20 สปีริต ยอดเยี่ยมจริงๆ มิตรภาพ ภารดร
เข้าใจและสัมผัสได้ถึงความสุขที่เปี่ยมล้น และแผ่ให้เรา ๆได้สัมผัส

โดย เพื่อนร่วมงาน45 - 8 ม.ค. 2553

****************************

ทิดแก้ว - Edit/Layout
[8 มกราคม 2553]


HOME

 



<<<  หน้า ๑๑ >>>
จีออ ชวนชิม ชวนเที่ยวลานทับทิมห้องฟังเพลง
ครอบครัวชาวจีออและ Y-generation17 นัดเจอกันธันวา ๕๒TOPIC ที่มีคนโพสต์มากที่สุด
การชุมนุมที่เขื่อนขุนด่านปราการชล ๑๗ ตุลาคม ๒๕๕๒



ข่าวบ้าน บ้าน จากทิดแก้ว

เขาลือว่าเจ้าจะแต่งงานแล้ว พี่เจอทิดแก้วแกบอกกับพี่
ทิดแก้วแกมาเมื่อวาน แกมาสุพรรณบุรี บอกว่าลำดวนนี้จะแต่งงาน....*

*(เพลงของ "Waipoj Petsupan" นักร้องคันทรีจากดินแดนฝั่งตะวันตก
ศิลปินแห่งชาติซึ่งได้รับความนิยมมากในช่วง '70)

HOME